เทศกาลหิมะ (Hokkido)
เทศกาลเนบุตะ (Aomori)

   จัดขึ้นทุกปีในช่วงประมาณต้น- กลางเดือนกุมภาพันธ์  ที่ซัปโปโร  โดยมีมาตั้งแต่ปี 1950 ครั้งแรกนักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายได้ปั้นรูปจำลองเป็นตุ๊กตาหิมะ 6 ตัวด้วยกัน จากนั้นงานก็จัดยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปีในปัจจุบันแต่ละปีจะมีผู้ชมมากกว่า 2,200,000 คน ผู้ที่สนใจสามารถไปชมงานเทศกาลหิมะได้ที่ โอโดริ, ซูซูกิโนะ และมินามิกุ เพื่อความสะดวกในการเข้าชม ควรเดินทางด้วยรถประจำทาง

            เป็นงานเทศกาลที่ไม่ทราบความเป็นมาแน่ชัด แต่เชื่อกันว่ามีขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้ามอฟีส (เทพแห่งการนิทรา) ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อให้เทพเจ้าตื่นจากการหลับใหล กลับมาทำงาน ที่เมืองอาโมริ ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น มีการนำโครงกระดาษมาตกแต่งเป็นสีสันสวยงาม ส่วนมากจะเป็นรูปซามูไร และคาบูกิ งานเทศกาลจะมีขึ้นในวันที่ 1- 7 ของเดือนสิงหาคม ในวันแรกจะเป็นการเฉลิมฉลองคืนก่อนวันเทศกาล วันที่2- 3 เป็นการของพวกเด็กๆ วันที่4- 6 จะมีการจัดแสดงของหุ่นโครงกระดาษขนาดใหญ่ ส่วนในวันสุดท้ายก็จะรวมกันทั้งหมด

เทศกาลคันโต (Akita)
เทศกาลทาคายามะ (Gifu)

        งานเทศกาลที่จัดขึ้นที่เมืองอาคิตะ ในวันที่ 3- 6 เดือนสิงหาคม จะใช้โคมไฟที่ทำจากโครงกระดาษนำมาประกอบต่อกันมี ขนาดต่างกันออกไป 3 ขนาด คือ เล็ก กลาง ใหญ่ ขนาดใหญ่นั้นจะประกอบด้วยโคมไฟ 40 อัน ความสูง 12 เมตร และมีน้ำหนักถึง 50 กิโลกรัม โดยจะใช้ศีรษะ และมือ ทำให้คานโตะแต่ละอันทรงตัวอยู่ได้ คล้ายกับการเล่นกายกรรม ในช่วงงานเทศกาลจะมีผู้เข้าร่วมแสดงที่ใช้คานโตะประมาณ 230 อัน และจะมีการประกวดแข่งขันกันในวันที่ 4- 8 ของงานเทศกาล

            เป็นงานเทศกาลที่แสดงถึงศิลปะวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น จัดขึ้นในวันที่9- 10 เดือนตุลาคม ในทุกๆ ปี จะมีการตกแต่งขบวนรถไม้แกะสลัก เป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เช่นปราสาทในลักษณะต่างๆ ทางรัฐบาลได้ให้ความสำคัญ และเข้ามาจัดงานนี้ตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา

คืนวันขึ้น ๗ คำ เดือน ๗  (Sendai)
เต้นกุโจ้ (Gifu)

            เป็นเทศกาลที่จัดมายาวนานกว่า 400 ปี แต่ในช่วงหลังสงคราโลกครั้งที่ 2 ได้มีการหยุดไป จนกระทั่งสมเด็จพระจักรพรรดิได้เสด็จมาที่เมืองเซนดะในปี 1947 ทางเมืองเวนดะจึงได้มีการฟื้นฟูเทศกาลนี้ขึ้น โดยจะในทุกๆ วันที่ 5- 8 เดือนสิงหาคม โดยเฉพาะในวันที่ 5 จะมีการเฉลิมฉลองด้วยการจุดดอกไม้ไฟอย่างยิ่งใหญ่ถึงกว่า 10,000 ดอก

            เป็นงานเทศกาลที่กินระยะเวลายาวนานถึง 32 วัน เริ่มตั้งแต่ วันที่ 12 เดือนกรกฎาคม จนถึงวันที่ 7 เดือนกันยายน การเต้นกุโจ้นี้มีขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน เพื่อให้ชนชั้นขุนนางและชาวเมืองได้มีความใกล้ชิดกัน ผู้ที่ร่วมงานจึงมีหลากหลายทั้งหนุ่มสาว และผู้สูงอายุ และจะมีช่วง 3 วัน 3 คืน ที่จะมีการเต้นกุโจ้ติดต่อกันโดยไม่หยุดพักเลย คือในวันที่ 13- 18 เดือนสิงหาคม เทศกาลนี้จัดขึ้นที่กุโจ้ จังหวัดกิหุ

เทศกาลคานดะ (Tokyo)
เทศกาลชานจะ (Tokyo)

            เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นปีเว้นปี ในเดือนพฤษภาคม ประมาณวันที่ 15 ซึ่งจะมีงานทั้งหมด 5 วัน ด้วยกัน และจะกำหนดให้วันอาทิตย์เป็นวันที่ 3 (เป็นวันตรงกลางของงานเทศกาล) เป็นงานที่แห่ศาลเจ้าขนาดเล็กแบบที่ใช้คนหาม เพื่อแห่ไปที่วัด ซึ่งจะมีคนหลายพันคนมาร่วมแห่ จัดที่ชิโยดากุ โตเกียว

            เป็นงานเทศกาลที่จัดขึ้นที่อะซากุสะ โตเกียว วัดที่อะซากุสะมีเรื่องเล่าว่าสมัยก่อนคนหาปลาไปหาปลาหว่านแหได้พระติดแหขึ้นมา คนหาปลาก็ทิ้งพระไป แต่พระก็ติดแหขึ้นมาอีก คนหาปลาจึงได้เอาพระนั้นไปไว้ที่วัดชานจะแห่งนี้ ซึ่งที่วัดชานจะมีเจ้าแม่กวนอิมที่อยู่มาตั้งแต่สร้างวัด และพระอนารยชน จึงมีทั้งหมด 3 องค์ด้วยกัน
ในช่วงงานเทศกาลก็จะมีการแห่ศาลเจ้าขนาดเล็ก

เทศกาลองบาชีละ (Nagano)
เทศกาลกิอง (Kyoto)

            อนบาชิระ คือ ท่อนซุงซึ่งเป็นต้นสน ยาว 16 เมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร หนัก 12 ตัน เป็นเทศกาลที่เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่แน่ชัด แต่มีมากว่า 1,200 ปี ค่อนข้างมีความอันตราย เพราะจะต้องไปตัดต้นสนจากภูเขา 4 ต้นมาที่วัดโดยไม่ใช้รถ จะกลิ้งท่อนซุงลงมา เทศกาลจะจัดขึ้นปีละครั้งแต่แบ่งเป็น 4 ช่วงด้วยกัน ทั้งหมดรวม 12 วัน คือในวันที่ 3- 5 กับ 10- 12 เดือนเมษายน และ วันที่ 3- 5 กับ 9- 11 เดือนพฤษภาคม จัดที่นากาโนะ

            จัดที่เกียวโต และมีมากว่า 1,100 ปีมาแล้ว มีตลอดทั้ง 1 เดือนเต็ม ตั้งแต่ 1- 31 กรกฎาคม ความเป็นมาของเทศกาลนี้คือเมื่อในสมัยก่อนเกิดโรคระบาดขึ้น ทำให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการจัดงานบวงสรวงเทพเจ้า เพื่อให้ผู้คนหายจากโรคร้าย ในวันแรกของงานเทศกาลก็จะมีการบอกให้เทพเจ้าทราบว่าจะมีการจัดงาน และในวันที่ 31 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก็จะเป็นการขอบคุณเทพเจ้า มีขบวนแห่ต่างๆ

แข่งเรือ (Nagasaki)
เทศกาลโดนตะคุ (Hakata)

            จังหวัดนากาซากิ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม จะมีการจัดเทศกาลแข่งเรือขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งมีมานานถึง 1655 ปี เชื่อกันว่า ในอดีตครั้งหนึ่งเกิดพายุ  ฝนตกหนัก ลมพัดแรง ชาวเมืองได้รับความเสียหาย  จึงได้จัดการแข่งเรือขึ้นเพื่อให้เทพเจ้าแห่งท้องทะเลหายพิโรธ

            ที่เมืองคิวชู ฟูกุโอกะ จะมีการจัดการเทศกาลขึ้นในวันที่ 3- 4 เดือนพฤษภาคม เป็นเวลา 2 วัน ผู้ที่มาร่วมในงานเทศกาลจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่หลากหลาย บ้างก็ดูตลก จะมีคนเอาทัพพีมาเคาะเหมือนเครื่องดนตรีให้จังหวะ มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าเมื่อ 400 ปีก่อน ชาวเมืองรวมตัวกันและไปสวัสดีปีใหม่ขุนนางเจ้าของปราสาท มีคนทำอาหารเอาทัพพีมาเคาะจังหวะ ต่อมาเมื่อมีวงดนตรีแล้วก็ยังมีคนเอาทัพพีมาเคาะกันอยู่
ดองตากุ มาจากภาษาฮอลันดา หมายถึงวันหยุด

       

Copyright (C) 2006 daidaidaisuki.com. All Rights Reserved.